เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ เลื่อนการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างออกไปอีก 1 ปี
การเลื่อนครั้งนี้จำเป็นต้องปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ ได้แก่
- ร่างพระราชกฤษฎีกา กำหนดระยะเวลาเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนฯ
- ร่างกฎกระทรวง กำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบ
- ร่างกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการเงินกองทุนในกรณีลูกจ้างลาออกหรือตาย
กระทรวงแรงงานชี้แจงว่า การเลื่อนครั้งนี้มีสาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ทั้งผลกระทบจากการขึ้นภาษีการค้าของสหรัฐฯ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และความตึงเครียดจากข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สถานประกอบการต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้นและแข่งขันสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อนายจ้างและลูกจ้าง รัฐบาลจึงเห็นควรเลื่อนการจัดเก็บเพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินและคงการจ้างงาน
อย่างไรก็ตาม อัตราการนำส่งเข้ากองทุนยังคงเดิม คือ
- ระยะ 5 ปีแรก (1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2574) ลูกจ้างและนายจ้าง (ฝ่ายละ) ต้องส่งเงินสะสมและเงินสมทบในอัตรา 0.25% ของค่าจ้าง
- ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป ลูกจ้างและนายจ้าง (ฝ่ายละ) ต้องส่งในอัตรา 0.5% ของค่าจ้าง
ทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่กำหนดไว้ยังคงเดิมทั้งหมด โดยมีมติคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว
จำนวนคนดู : 5